ราเม็ง

ราเม็ง อาหารรสชาติสุดแสนกลมกล่อม

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า ราเม็ง เคยเป็นอาหารของชาวจีนมาก่อน แต่ปัจจุบันนี้ได้ตกกลายเป็นของวัฒนธรรมในชนชาติญี่ปุ่นไปแล้ว ถ้าเราได้ไปญี่ปุ่นเมนูอันดับต้นๆคนเห็นต้องมีสั่งนั่นคือราเม็งแน่นอน เพราะไม่ว่าด้วยหน้าตาที่ทำออกมาแล้วน่ารับประทานมากบวกกับกลิ่นหอมยั่วน้ำลายและน้ำซุปที่เข้มข้นร้อนๆที่ใครกินก็ต่างบอกว่าอร่อย ไม่ต่างอะไรกับคนในประเทศไทยที่กินก๋วยเตี๋ยวเลย จะต่างกันก็แค่เพียงรสชาติเท่านั้นเอง 

ราเม็ง แต่ละชามรสชาติแตกต่างกัน

แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าราเมงทุกชามรสชาติจะไม่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ซะทีเดียว เพราะว่าแต่ละพื้นที่จะใช้ส่วนผสมที่แตกต่างกันไป แต่รับรองได้ว่าแทบจะไม่ต้องปรุงอะไรเลย ซึ่งต่างจากประเทศไทยที่เน้นรสชาติจี๊ดจ๊าดและเข้มข้น แต่หารู้ไม่ราเม็งนั้นเน้นเรื่องกลิ่นที่หอมและความกลมกล่อม แถมมีหน้าตาที่น่ารับประทาน รสชาติที่ออกมาเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ในประเทศญี่ปุ่น ก็เกิดจากการใส่วัตถุดิบที่หาได้หรือนิยมในภูมิภาคนั้น หลายภูมิภาคมีชื่อเสียงในเรื่องการทำราเม็งอย่างกว้างขวางแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักอาหารของญี่ปุ่นชนิดนี้

ที่มาของราเม็ง

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ราเม็งมีต้นกำเนิดที่มาจากในยุคที่วัฒนธรรมจีนหลั่งไหลเข้ามาในช่วงเมจิ หรือที่เรียกกันว่าการยุคปฏิรูปเมจิ พูดง่ายๆก็คือราเมงเกิดขึ้นในประเทศจีนแต่ถูกนำมาปรุงแต่งด้วยเครื่องปรุงรสของญี่ปุ่นอย่างเต้าเจี้ยวและโซยุ จึงทำให้ราเมงกลายเป็นที่รู้จักในฐานะอาหารของชนชาติญี่ปุ่นและแพร่หลายออกไปเมื่อมีการเปิดค้าอย่างเสรีอย่างเป็นทางการนั่นเอง อย่างที่บอกไปราเม็งนั้นมาจากจีนไม่ใช่ญี่ปุ่นอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ ใครที่ยังไม่เคยลองทานปัจจุบันนี้เราไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่นแล้ว ท่านผู้อ่านสามารถสั่งซื้อได้ตามร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยได้อย่างสะดวกสบาย รสชาติไม่ได้แตกต่างกันมากสักเท่าไหร่แต่ก็ถือว่าได้มีประสบการณ์ลิ้มลอง แต่ถ้ามีโอกาสก็ไปลองทานราเม็งต้นฉบับสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่น คุณจะรับรู้ได้ถึงการพิถีพิถันในการทำอาหารของเขานั่นเอง

ส่วนประกอบของราเม็งแบ่งเป็นหลักๆสามอย่าง

อย่างแรกคือน้ำซุป หัวใจหลักของการทำราเมงคือรสชาติของน้ำซุปที่ได้จากการต้มปรุงแต่งเครื่องต่างๆเป็นเวลาหลายชั่วโมง บางร้านเป็นวันเลยก็มีเพื่อดึงรสชาติของวัตถุดิบได้อย่างเต็มที่ ต่อมาคือเส้นบะหมี่ เส้นบะหมี่ที่ใช้ในการทำราเมงหลักๆมีสองอย่างคือเส้นชิจิเระเส้นราเมงแบบหยักและเส้นตรง ซึ่งมีทั้งความหนาบางแตกต่างกันไป ในโตเกียวจะเส้นบางและหยัก เส้นราเมงของคิวชูจะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองนั่นก็คือเป็นแบบตรง เส้นของฮอกไกโดนั้นจะมีความหยักอยู่เพียงระดับกลางเท่านั้น อย่างสุดท้ายคือเครื่องเคียง เครื่องเคียงหรือของแต่งหน้าราเมงให้มีความแตกต่างหลากหลายขึ้นอยู่กับวัตถุดิบของน้ำซุปในราเมงนั้นๆตัวอย่างเช่น หมูชาชูหรือหมูย่าง,ไข่ยางมะตูม,ต้นหอม,หน่อไม้,ลูกชิ้นและเนื้อปลา เป็นต้น